เปลี่ยนชีวิตสู่ ความร่ำรวย
โดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์เรื่องเล่า 41 เรื่องสู่อิสรภาพทางการเงิน
1. ชีวิตชาวสวน (รวยแบบสวนกระแส)
การจะมีชีวิตที่มีอสรภาพทางการเงิน มีเวลาอยู่กับครอบครัว และทำในสิ่งที่ตนเองรักทุกวันได้ ถือเป็นชีวิตที่สวนกระแสกับคนส่วนใหญ่ การจะไปให้ถึงนั้นเราต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง หยุดฟังเสียงความคิดเห็นรอบข้างที่กรอกหูเรา ไม่วิ่งตามกระแส หรือใช้ชีวิตตามลมปากคนอื่น ไม่ยึดติดกับวัตถุ ยึดแต่ความจำเป็นและความสุขตามสมควร
เราจะต้องไม่สร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น พยายามควบคุมรายจ่ายไม่ให้เกินภาระที่แบกไหว กำหนดเป้าหมายชีวิตชัดเจน วางแผนสร้างทรัพย์สิน และอดทนทำงานหนักตามแผนด้วยวินัย
2. เสียงเพรียกจากยมทูต
ภาพยนต์เรื่อง "ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด" สะท้อนและกระตุ้นให้ผู้เขียนคิดถึง "ชีวิต และความฝัน" อยู่เป็นนิจ จากเนื้อเรื่องที่ ชายอายุ 30 รู้วันตายของตนก่อนตาย 1 วัน หลังจากที่โศกเศร้าขอร้องไม่อยากตาย ยมทูตกลับตอบเขาว่า "แล้ว 30 ปีที่ผ่านมาท่านมัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เอาเวลาไปทำสิ่งที่อยากทำ พอตายก็มาบอกว่ายังตายไม่ได้ ยังไม่ได้ทำโน่น ยังไม่ได้ทำนี่ ทำไมตอนมีชีวิตอยู่ไม่ทำให้มันเรียบร้อย"เราต้อง เขียน! เป้าหมายลงกระดาษ และดูซ้ำๆ คอยไล่ตามมันให้ถึง "เรื่องแย่ของชีวิต ไม่ใช่การจากไปก่อนวัยอันควร แต่คือการเสียเวลาและไม่ยอมที่จะเริ่มต้นซะที"
3. ความทรงจำทางการเงินในวัยเด็ก
พ่อของผู้เขียนสอนไว้ว่า"ค้าขายต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า และไม่ให้ลูกค้าเอาเปรียบเรา ทุกอย่างต้องแลกเปลี่ยน ตรงไปตรงมา" "ถ้าชนะใจลูกค้า เข้าใจลูกค้า ขายอะไรก็ขายได้" "ทำงานหนัก ก็ต้องใช้จ่ายให้เป็น ไม่เกี่ยวว่าของแพงหรือถูก ถ้ามันดีกว่าคุ้มกว่าใช้นานกว่า ซื้อของแพงก็ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย"
การเรียนรู้ (การเรียนรู้ทุกอย่าง และการเรียนรู้ทางการเงิน) เริ่มต้นที่บ้าน
4. สมการความมั่งคั่ง
W = V*Lหรือ ความมั่งคั่ง = คุณค่า * พลังทวี
ธุรกิจต้องเริ่มจากความมุ่งหมายที่จะสร้างคุณค่า ต่อผู้อื่นก่อนเป็นอันดับแรก คุณค่านั้นคือการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการบางอย่างของคน ซึ่งขอเพียงลูกค้าพอใจ ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด และเป็นคุณค่าต่อคนส่วนมาก #สินค้าและบริการเราคืออะไร แก้ไขปัญหาหรือเติมเต็มชีวิตของลูกค้ายังไง ช่วยคนได้มากแค่ไหน
เมื่อรู้ว่าคุณค่าของสิ่งที่จะทำคืออะไร ให้นำคุณค่านี้ หาวิธีการทำให้คนหมู่มาก(คนที่ต้องการ) รับรู้ให้มากที่สุด และยืนยันคุณค่าความเป็น + ไม่ใช่คุณค่า - ที่เป็นเรื่องแย่ๆ
#เราจะทำยังไง ใช้วิธีหรือเครื่องมือไหน เพื่อทำให้คนจำนวนมากเข้ามาพบ เข้ามาซื้อ
"เงินนั้นมองไม่เห็นด้วยตา แต่เข้าถึงได้ด้วยความคิด"
5. ทิศทางกับความเร็ว
หากเราเลือกทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะใช้พาหนะไหน ไม่ว่ายังไงมันก็ไปถึงแน่นอน เป้าหมายไม่จำเป็นต้องมีแค่เรื่องของจำนวนเงินรวมที่ต้องหามาให้ได้
กลับกัน เราสมควรตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะทำไม เพราะอะไรเราจึงต้องการเป้าหมายนี้ และหมั่นตรวจเช็คทิศทางด้วยการถามตัวเองเป็นประจำว่า"หากต้องตายพรุ่งนี้ เราจะรู้สึกเสียใจสิ่งที่เราทำในวันที่ผ่านมาหรือไม่
คนจำนวนไม่น้อยหมดโอกาสพบอิสรภาพทางการเงิน เพราะพวกเขามัวแต่มองผลตอบแทนระยะสั้นที่ได้แน่ๆทันทีหลังงานเสร็จ เปรียบดั่งปลูกถ่วงอกที่ใครๆก็ทำได้ ต่างกับคนที่อดทนรอคอย ยอมไม่ได้รับผลตอบแทนทันที มีวิสัยทัศน์ที่กว้างและไกลกว่า ใส่ใจในการศึกษา โฟกัสไปที่การมีผลมะม่วงกินไปตลอดแทนที่จะเป็นการกินถั่วงอกที่หมดไป
การลงทุนลงแรงอะไรไป ห้ามลืมตรวจสอบว่า เรากำลังเพาะถั่วงอก หรือปลูกมะม่วง เพราะชีวิต ไม่ได้ตัดสินกันในวันเก็บเกี่ยว แต่มันตัดสินกันตั้งแต่หว่านเมล็ด การทำตามวิสัยทัศน์เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง
เมื่ออ่านหนังสือซักเล่มจบ สมควรตั้งเป้าหมาย อย่างน้อยซัก 1 อย่าง โดยมุ่งไปในการใช้ความรู้จากหนังสือนั้น มาพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนไปในทางที่ดีขึ้น 1 ประการ ขอเพียงนำกฎซัก 1 ประการจากหนังสือมาใช้ แล้วตั้งใจทำตามกฎอย่างเคร่งครัด จนเห็นผลลัพธ์ เพราะการลงมือทำ คือพื้นฐานของความสำเร็จ
(ข้อคิดจากโอวาสของพระเทพฯ "หนังสือดีเปลี่ยนชีวิตคนได้" )
คนเราเมื่อมีหนี้น้อย รายจ่ายคงที่ก็น้อย ใช้ชีวิตที่พอเหมาะ หลีกเลี่ยงหนี้จน สรรหาหนี้รวย เพื่อให้รายได้จากทรัพย์สินมีมูลค่ามากกว่ารายจ่ายรวมต่อเดือน เราก็จะพบกับอิสรภาพทางการเงิน
ความคิด คือตัวกำหนดการกระทำทุกอย่างในชีวิต หากเราเชื่อผิดๆในสิ่งที่ถูกป้อน ถูกสังคมยัดมาตั้งแต่อดีต ก็จะเป็นอุปสรรค์ในการเดินหน้าสร้างความสำเร็จ
สิ่งที่คุณคิด คือสิ่งที่คุณพูด สิ่งที่คุณพูดบ่อยๆมันจะวนกลับไปทำให้คุณคิดจนคุณเชื่อ ในที่สุดสิ่งที่คิดและสิ่งที่พูดก็จะกลายเป็นจริง
จงตรวจสอบความคิดของคุณ ว่ามันกำลังช่วยเหลือคุณให้ก้าวไปข้างหน้าหรือไม่ ถ้ามันไม่ส่งเสริมคุณ จงเปลี่ยนมันซะ เราจะเขียนซอฟต์แวร์ให้มันอุดมสมบูรณ์ หรือขาดแคลนก็ได้ แค่เชื่อว่าทำได้ มันก็ทำเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
หัวใจของความสำเร็จคือ การรู้จักและเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำเป็นอย่างดี คนเรามักประสบความสำเร็จในระดับที่ไม่เกินขอบเขตความรู้ของตนเอง
จ่ายเงินให้กับความรู้ ราคาถูกและคุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าครูให้กับความไม่รู้ การลงทุนในความรู้ คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด
ความรู้ในสิ่งที่ไม่ดี หรือสิ่งอันตรายมักไม่ยั่งยืน ข้อมูลหรือความรู้มีทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่งหากใช้เป็น โดยปราศจากความโลภและความรู้ไม่จริง จึงจะเกิดประโยชน์
ทำสิ่งใด ตรงไปตรงมา คือทางลัดที่ดีที่สุดแล้ว
เป้าหมายที่ดี สมควรครอบคลุมทุกๆด้านนอกเหนือจากเงิน คือ 1.สุขภาพ 2.ครอบครัว 3.การงาน 4.การเงิน 5.การพัฒนาตัวเอง 6.การพัฒนาสังคม เมื่อมีเป้าหมายครบทุกองค์ประกอบ จึงจะทำให้เป้าหมายนี้สมดุลเฉกเช่นการขี่จักรยาน ซึ่งจะทำให้จักรยานพุ่งไปข้างหน้า และสร้างความสุขตลอดการเดินทางอย่างแท้จริง
อนาคตของคนๆหนึ่ง ดูได้จากเวลาที่แบ่งให้กับเรื่องต่างๆในชีวิต
6. ถั่วงอกกับมะม่วง (วิสัยทัศน์ของคนรวย)
การลงทุนลงแรงอะไรไป ห้ามลืมตรวจสอบว่า เรากำลังเพาะถั่วงอก หรือปลูกมะม่วง เพราะชีวิต ไม่ได้ตัดสินกันในวันเก็บเกี่ยว แต่มันตัดสินกันตั้งแต่หว่านเมล็ด การทำตามวิสัยทัศน์เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง
7. 1 เล่ม 1 บทเรียน
(ข้อคิดจากโอวาสของพระเทพฯ "หนังสือดีเปลี่ยนชีวิตคนได้" )
8. สูตรเงินล้าน
สูตรเงินล้าน คือ เงินล้าน = คุณค่าที่เป็นกำไรต่อหน่วย * จำนวนลูกค้าที่มาจากพลังทวี
กำไร 1 บาท ลูกค้า 1,000,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 10 บาท ลูกค้า 100,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 100 บาท ลูกค้า 10,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 1,000 บาท ลูกค้า 1,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
หากมีไอเดียการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าก็ดี แต่หากไม่ก็จงอย่าปล่อยให้ตกอยู่ในกับดักข้ออ้างที่ว่า"ไม่รู้จะขายอะไร"มาฉุดรั้งเราไว้ อย่ากลัวซ่ำ เพราะไม่มีจุดเริ่มต้น ก็แน่นอนว่าไม่มีเส้นชัย
โลกเราเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ 1หลักการ ก็มีเป็นล้านวิธีการ การที่เรานำสินค้าเดิมๆที่พอคิดออก มาหาวิธีเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายก็ทำให้เราไปถึงฝันได้
กำไร 1 บาท ลูกค้า 1,000,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 10 บาท ลูกค้า 100,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 100 บาท ลูกค้า 10,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
กำไร 1,000 บาท ลูกค้า 1,000 คน ก็ได้เงิน 1,000,000 บาท
หากมีไอเดียการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าก็ดี แต่หากไม่ก็จงอย่าปล่อยให้ตกอยู่ในกับดักข้ออ้างที่ว่า"ไม่รู้จะขายอะไร"มาฉุดรั้งเราไว้ อย่ากลัวซ่ำ เพราะไม่มีจุดเริ่มต้น ก็แน่นอนว่าไม่มีเส้นชัย
โลกเราเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ 1หลักการ ก็มีเป็นล้านวิธีการ การที่เรานำสินค้าเดิมๆที่พอคิดออก มาหาวิธีเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายก็ทำให้เราไปถึงฝันได้
9. วิชาตัวเบาทางการเงิน
คนเราเมื่อมีหนี้น้อย รายจ่ายคงที่ก็น้อย ใช้ชีวิตที่พอเหมาะ หลีกเลี่ยงหนี้จน สรรหาหนี้รวย เพื่อให้รายได้จากทรัพย์สินมีมูลค่ามากกว่ารายจ่ายรวมต่อเดือน เราก็จะพบกับอิสรภาพทางการเงิน
อิสรภาพทางการเงิน ไม่ใช่การตะบี้ตะบันสร้างรายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หากเป็นการควบคุมรายจ่ายให้เหมาะสม และสร้างรายได้จากทรัพย์สินขึ้นมาให้แซงรายจ่ายนั้นไป
หลักการสำคัญที่จะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงิน คือ
- เก็บเงินก่อนใช้ ใช้ให้เหลือเงินทุกเดือน
- อย่ารีบก่อหนี้จน หนี้บ้าน หนี้รถ เราจะติดอยู่ในวงเวียนของการทำมาหา"ชดใช้" หนี้เหล่านั้น
- หาทางสร้างรายได้จากการลงทุนในทรัพย์สิน
อย่าปรนเปรอตนเองด้วยความสุขชั่วครู่ชั่วยามที่เกิดจากหนี้จน ซึ่งหมายถึงหนี้ที่ไปกู้มาเพื่อซื้อสิ่งสนองความอยาก ความสะดวก ความมักง่าย ของตัวเราหรือคนรอบข้าง
หลักการสำคัญที่จะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงิน คือ
- เก็บเงินก่อนใช้ ใช้ให้เหลือเงินทุกเดือน
- อย่ารีบก่อหนี้จน หนี้บ้าน หนี้รถ เราจะติดอยู่ในวงเวียนของการทำมาหา"ชดใช้" หนี้เหล่านั้น
- หาทางสร้างรายได้จากการลงทุนในทรัพย์สิน
อย่าปรนเปรอตนเองด้วยความสุขชั่วครู่ชั่วยามที่เกิดจากหนี้จน ซึ่งหมายถึงหนี้ที่ไปกู้มาเพื่อซื้อสิ่งสนองความอยาก ความสะดวก ความมักง่าย ของตัวเราหรือคนรอบข้าง
10. ซอฟต์แวร์คนจน
สิ่งที่คุณคิด คือสิ่งที่คุณพูด สิ่งที่คุณพูดบ่อยๆมันจะวนกลับไปทำให้คุณคิดจนคุณเชื่อ ในที่สุดสิ่งที่คิดและสิ่งที่พูดก็จะกลายเป็นจริง
จงตรวจสอบความคิดของคุณ ว่ามันกำลังช่วยเหลือคุณให้ก้าวไปข้างหน้าหรือไม่ ถ้ามันไม่ส่งเสริมคุณ จงเปลี่ยนมันซะ เราจะเขียนซอฟต์แวร์ให้มันอุดมสมบูรณ์ หรือขาดแคลนก็ได้ แค่เชื่อว่าทำได้ มันก็ทำเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
11. ราคาของความไม่รู้
จ่ายเงินให้กับความรู้ ราคาถูกและคุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าครูให้กับความไม่รู้ การลงทุนในความรู้ คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด
12. วิชามาร
ทำสิ่งใด ตรงไปตรงมา คือทางลัดที่ดีที่สุดแล้ว
13. รวย 6 มิติ
14. จอมล้มเหลวตัวพ่อ
การทำสิ่งใด สมควรจดบันทึกไว้เพื่อกลับมาตรวจสอบได้ในภายหลัง เมื่อรู้ว่าที่ทำไปนั้นผิด ก็เรียนรู้จากมันและหาวิธีแก้ไข พลาดล้มก็ลุกมาเริ่มใหม่ ทำได้ก็ให้รางวัลกับตัวเอง เรียนรู้กับทุกจังหวะของชีวิต
ชีวิตนั้นมักมีทั้งสมหวัง และผิดหวังป่ะปนกัน ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองโดยไม่ตีความว่าสิ่งนั้นสำเร็จ สิ่งนี้ล้มเหลว และทำให้ทุกวันของเรามีแต่เรื่องสนุก มองความล้มเหลวเป็นดั่งบันได ทุกๆการก้าวข้าม คือการเขยิบตัวเราให้เข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น
15. ความรู้มือหนึ่ง
การอ่านหรือการเรียนนั้น เป็นเพียงการจุดประกายความอยากรู้ และปูพื้นฐานในเบื้องต้นเท่านั้น
ความเข้าใจที่แท้จริง ที่จะเป็นของเราติดตัวไปตลอดจะเริ่มต้นเมื่อเราลองเอามันไปใช้ ดังนั้น การอ่านการศึกษา จะไม่มีประโยชน์หากขาดการลองเอาไปทำ
คนเก่งเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น แต่คนฉลาดจำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาเก่งไม่พอ
อ่านหนังสือพันเล่ม เดินทางหมื่นลี้ จึงจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ
16. อิสรภาพทางการเงิน... มองไม่เห็นด้วยตา
อิสรภาพทางการเงิน คืออิสระจากพันธนาการของเงิน โดยที่ไม่ต้องทำงานหรือแลกเวลาเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้นั้น ความคิดของเราต้องเป็นอิสระจากตัวเงินก่อน
โอกาสมองไม่เห็นด้วยตา แต่มองเห็นได้ด้วยความคิด
17. องศาที่แตกต่าง
คนสองคนแม้เริ่มต้นที่จุดเดียวกัน แต่มีวิธีคิด วิธีปฏิบัติที่ต่างกันแม้เพียงแค่องศาเดียว ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไร ผลลัพธ์ของปลายเส้นชีวิตก็ยิ่งห่างกันเท่านั้น
จุดเริ่มต้นอาจยังมองความแตกต่างไม่เห็น แต่องศาความคิดที่ดีจะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ ที่ๆเมื่อสุดปลายทางตำแหน่งของคุณจะแตกต่างจากตำแหน่งของคนที่ไร้เป้าหมาย ผู้ซึ่งคิดถึงแต่ความขาดแคลน
18. สิ่งที่ควรเรียนรู้... เมื่อหกล้ม
เมื่อเราล้ม จงอย่าใช้ความเจ็บกระตุ้นความโกรธมากล่าวโทษผู้อื่น จงใช้ความเจ็บ เรียกสติกลับมา ความล้มเหลวนั้นล้วนเกิดจากตัวเราที่ขาดการวางแผนที่ดีพอเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ความผิดพลาดและการล้มไม่ใช่เรื่องใหญ่จนทำให้ใครตายได้ ผลลัพธ์ของการยอมรับและการแสดงความรับผิดชอบ คือการเรียนรู้ ซึ่งมักนำพาปัญญาและวิธีการแก้ไขมาด้วย
19. ธรรมะชนะเลิศ
ความรู้และหลักปฏิบัติที่สอนกันปัจจุบัน แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าเคยสอนไว้
หลักแห่งความสำเร็จ หนีไม่พ้น อิทธิบาท4 อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หรือก็คือ ความใฝ่ใจ ความขยันอดทน การคิดถึงเสมอด้วยจิตฝักใฝ่ และการทดลองวัดผล
ธรรมะมอบสติ และปัญญา โดยไม่ต้องเสียเงินข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาจากกูรูฝรั่งด้วยซ้ำ
20. การลงทุนคือแผนการ
หากเรามั่นใจว่าเราเป็นผู้ใส่ใจศึกษา และทุ่มเทเวลาให้กับการลงทุน จงอย่าฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเขามาฟังเราแค่ 5 นาที
แผนการที่นักลงทุนควรเก็บไว้ในใจคือ 1.แผนหามา 2.แผนถือ และ 3.แผนปล่อย หรืออธิบายละเอียด คือ
- ทรัพย์นั้นดีจริงหรือน่าลงทุนหรือไม่ ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ และราคาเหมาะสมหรือไม่
- ขณะถือจะบริหารยังไงให้ได้กำไรต่อเนื่อง ป้องกันความเสี่ยงอะไรได้บ้าง และเพิ่มมูลค่ายังไง
- เหตุการณ์ใดที่ควรขาย ขายเท่าไหร่
หลักแผนการมีเพียงเท่านี้ อย่าทึกทัก คิดเอาเอง ต้องใช้ความเข้าใจและมีแผนการกำกับไว้เสมอ
คาดหวังสิ่งที่ดีที่สุด วางแผนรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด และเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเจอสิ่งที่ไม่คาดฝัน
21. ภาพที่หายไป...
ตลอดเส้นทางการเดินทางสู่ความสำเร็จ จงอย่าลืมให้เวลากับบุคคลที่เรารัก ก่อนที่จะนึกเสียดายในเวลาที่เขาจากไปแล้ว
จงเก็บรูปคู่ของคนที่คุณรักไว้ในขณะที่ยังมีโอกาส
22. คำคม (วิธีเปลี่ยนคำพูดให้กลายเป็นความจริง)
จงอย่าเป็นคนที่แค่จำ หรือพูดคำคม เพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้นกว่าคนอื่น แต่จงฟัง จดจำ และเอามาเตือนใจ รวมถึงทดลองปรับใช้กับตัวเองให้เกิดผลบวก เพราะรู้แล้วไม่ทำ เท่ากับยังไม่รู้
การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ คือการค้นพบว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเองได้ ด้วยการแค่เปลี่ยนแปลงทัศนคติของตัวเอง
23. กศน. (การเรียนรู้นอกห้องเรียน)
การเรียนรู้นั้นเรียบง่าย ทุกครั้งที่คิดหรือตั้งใจทำอะไรซักอย่าง สมควรเริ่มต้นด้วยคำถามสองข้อ คือ
- ถ้าจะทำเรื่องนี้ เราต้องรู้อะไรบ้าง
- ถ้าจะรู้ข้อมูลที่ว่า เราจะรู้ได้จากไหน ใครเป็นผู้รู้ในด้านนี้
วิธีตั้งคำถาม สำคัญพอกับวิธีการหาคำตอบ จงอย่าเรียนแบบรอเพื่อเอา แต่จงหาความรู้แบบกระเหี้ยนกระหือรือ อยากรู้อยากเห็น และพยายามหาคำตอบมาให้ได้
ชีวิตการศึกษาที่แท้จริง เริ่มต้นขึ้นหลังจบจากการเรียนในโรงเรียน
24. พิมพ์เงินใช้เอง
คนส่วนใหญ่ได้อ่าน ได้เรียน ได้รู้ แต่ไม่เคยทำ ไม่ได้ฝึกฝน จึงไม่เข้าใจจริง พวกเขาอดทนรอคอยความสำเร็จไม่ได้ พวกเขาจึงมักเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ได้เงินแน่ๆ ทันที และซื้อหนี้สิน โดยคิดและเชื่อเอาเองว่ามันคือทรัพย์สิน
ผิดกับคนรวยที่คอยความสำเร็จเป็น พวกเขารู้และยินดีแลกทรัพยากรทั้งหมดเพื่อสร้างทรัพย์สิน ที่จะสร้างเงินให้พวกเขาในอนาคต แม้ช่วงเริ่มต้นจะยากลำบาก ไร้รายได้ มีภาระ พวกเขาผ่านการ "ถูกวัดใจ" หลายครั้ง ไม่ก่อหนี้ความจนหรือหนี้ที่ไม่เกิดรายรับ หยุดใช้จ่ายเกินตัว หยุดโฟกัสไปที่เงินที่จะได้ในครั้งเดียว แต่อดทนให้มากพอกับการสร้างทรัพย์สิน เพื่อที่จะสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว
ผิดกับคนรวยที่คอยความสำเร็จเป็น พวกเขารู้และยินดีแลกทรัพยากรทั้งหมดเพื่อสร้างทรัพย์สิน ที่จะสร้างเงินให้พวกเขาในอนาคต แม้ช่วงเริ่มต้นจะยากลำบาก ไร้รายได้ มีภาระ พวกเขาผ่านการ "ถูกวัดใจ" หลายครั้ง ไม่ก่อหนี้ความจนหรือหนี้ที่ไม่เกิดรายรับ หยุดใช้จ่ายเกินตัว หยุดโฟกัสไปที่เงินที่จะได้ในครั้งเดียว แต่อดทนให้มากพอกับการสร้างทรัพย์สิน เพื่อที่จะสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว
25. ไทม์ไลน์
วิถีแห่งการใช้ชีวิตมีเพียง 2 แบบ คือ
กำหนดให้ข้อที่ผ่านมา เป็น (อดีต) แล้วลากเส้นยาวๆ มาร์คกำหนดจุดตรงกลางเป็น (ปัจจุบัน+ใส่อายุปัจจุบัน) ใช้เวลาอ่านซึมซับ แล้วดูเส้นของเรื่องที่ดีใจหรือภูมิใจ เขียนสิ่งที่ฝัน และลองเติมวิธีการลงไป (อนาคต+อายุ) แนบไว้
- ใช้ชีวิตเสมือนว่าไม่มีอะไรเลยที่เป็นความมหัศจรรย์
- ใช้ชีวิตราวกับว่าทุกสรรพสิ่ง คือ ความมหัศจรรย์
จงทำไทม์ไลน์ขึ้นมา 2 ด้าน
- เรื่องที่เสียใจที่สุดในชีวิต + บทเรียนที่ได้รับ (5 ข้อ)
- เรื่องที่ดีใจหรือภูมิใจ + คุณค่าที่ได้รับ (5 ข้อ)
กำหนดให้ข้อที่ผ่านมา เป็น (อดีต) แล้วลากเส้นยาวๆ มาร์คกำหนดจุดตรงกลางเป็น (ปัจจุบัน+ใส่อายุปัจจุบัน) ใช้เวลาอ่านซึมซับ แล้วดูเส้นของเรื่องที่ดีใจหรือภูมิใจ เขียนสิ่งที่ฝัน และลองเติมวิธีการลงไป (อนาคต+อายุ) แนบไว้
26. ลงทุนอนาคตด้วยเศษเวลา
อย่าใช้คำว่า ไม่มีเวลา มาเป็นข้ออ้าง ชีวิตคนมีทรัพยากรอย่างหนึ่ง ที่เท่าเทียมกันทุกคน คือ เวลา หากแต่คุณภาพหรือมูลค่าของเวลา แต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน คนที่จัดสรรเวลาได้ดี มักมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่า เช่นนี้ เราจึงควรแบ่งเวลาของตนเป็น 3 ส่วน เท่าๆกัน คือ
ให้วันเสาร์ซักครึ่งหรือเต็มวัน เป็นวันเพื่ออนาคต และให้วันอาทิตย์ เป็นวันหยุดพักอย่างแท้จริง
อย่าบ้า ฟิต ขยันอยู่ 2-3 วัน หรือแค่ 1-2 อาทิตย์แล้วเนื่อย ท้อ เลิก จงสะสมการทำงานตามจังหวะให้เป็นนิสัย ไม่เร่งร้อนจนชีวิตหลุดสมดุล
- เวลางาน - ทำสำเร็จในเวลา และหมั่นเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงาน
- เวลาครอบครัว - ใช้เวลากับบุคคลที่เรารัก
- เวลาอนาคต - ใช้เวลาสำหรับสร้างธุรกิจ ลงทุน ศึกษา
จงกำหนดตารางการทำงานของ อนาคตไว้อย่างน้อยวันละ 1 ชม. ในช่วงเวลาเดียวกันเป็นประจำทุกวัน
ให้วันเสาร์ซักครึ่งหรือเต็มวัน เป็นวันเพื่ออนาคต และให้วันอาทิตย์ เป็นวันหยุดพักอย่างแท้จริง
อย่าบ้า ฟิต ขยันอยู่ 2-3 วัน หรือแค่ 1-2 อาทิตย์แล้วเนื่อย ท้อ เลิก จงสะสมการทำงานตามจังหวะให้เป็นนิสัย ไม่เร่งร้อนจนชีวิตหลุดสมดุล
อนาคตของคนๆหนึ่ง ดูได้จากเวลาที่แบ่งให้กับเรื่องต่างๆในชีวิต
27. ค้นหาจึงค้นพบ
เราไม่มีทางรู้ว่าตัวเราชอบอะไร จนกว่าเราจะมีประสบการณ์ในสิ่งนั้นมากพอ จงเปิดโอกาสตัวเอง ให้ได้ ลองคิด ลองทำ ไปลุยกับทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา สั่งสมประสบการณ์จากมัน อย่าพะวงจนต้องเล็งถึงความเป็นเลิศเกินพอดี จึงไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองลงมือทำก่อน เพราะคิดแต่ว่าทำเมื่อใดจะให้มันสุดยอดเลยทันที
สิ่งที่เราเรียนรู้ในวันนี้ แม้ยังไม่รู้ หรือไม่เห็นว่าอนาคตจะได้ใช้หรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องทีเสียเวลา ทฤษฎีลากเส้นต่อจุดของสตีฟจ็อบส์ว่าไว้ว่า "สิ่งที่เราได้เรียนรู้ และประสบการณ์ที่เราสั่งสมไว้จากอดีต จะถูกเชื่อมต่อกับเรื่องราวในอนาคต และจะได้นำมันกลับมาใช้ประโยชน์กับชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างแน่นอน"
ถ้าลงมือค้นหาจริงจัง สัมผัสได้ถึงความสุขจากการทำสิ่งนั้นมากพอ คุณจะไขปริศนาาแห่งการค้นพบตัวตนของคุณได้เอง เพราะชีวิตไม่ใช่การค้นหาตัวตน แต่มันคือการสร้างสรรค์ตัวตน
สิ่งที่เราเรียนรู้ในวันนี้ แม้ยังไม่รู้ หรือไม่เห็นว่าอนาคตจะได้ใช้หรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องทีเสียเวลา ทฤษฎีลากเส้นต่อจุดของสตีฟจ็อบส์ว่าไว้ว่า "สิ่งที่เราได้เรียนรู้ และประสบการณ์ที่เราสั่งสมไว้จากอดีต จะถูกเชื่อมต่อกับเรื่องราวในอนาคต และจะได้นำมันกลับมาใช้ประโยชน์กับชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างแน่นอน"
ถ้าลงมือค้นหาจริงจัง สัมผัสได้ถึงความสุขจากการทำสิ่งนั้นมากพอ คุณจะไขปริศนาาแห่งการค้นพบตัวตนของคุณได้เอง เพราะชีวิตไม่ใช่การค้นหาตัวตน แต่มันคือการสร้างสรรค์ตัวตน
28. อิสรภาพทางการเงินในแบบของคุณ
จิตที่เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆตามไปด้วยเป็นอย่างมาก โลกเรามีวิธีรวยอย่งถูกต้องเป็นล้านๆวิธี ซึ่งมักมีหนทางหนึ่งที่เหมาะกับเรามากที่สุดอยู่ในนั้น
เมื่อตระหนักได้ถึงศักยภาพและความมั่นใจของตัวเอง เราก็สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมได้
หากคิดจะทำธุรกิจเครือข่าย จงทำเพื่อเรียนรู้ธุรกิจ เรียนที่จะเคยชินกับความกลัว และการถูกปฏิเสธ ทำเพื่อค้นหาเครือข่ายเพื่อนที่ดี และไม่ติดกับดักทางการเงินที่หวือหวา สุดท้ายต้องไม่ลืมที่จะใช้เงินในการสร้างทรัพย์สิน และหารายรับหลายๆช่องทางนอกเหนือจากมัน
เมื่อตระหนักได้ถึงศักยภาพและความมั่นใจของตัวเอง เราก็สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมได้
หากคิดจะทำธุรกิจเครือข่าย จงทำเพื่อเรียนรู้ธุรกิจ เรียนที่จะเคยชินกับความกลัว และการถูกปฏิเสธ ทำเพื่อค้นหาเครือข่ายเพื่อนที่ดี และไม่ติดกับดักทางการเงินที่หวือหวา สุดท้ายต้องไม่ลืมที่จะใช้เงินในการสร้างทรัพย์สิน และหารายรับหลายๆช่องทางนอกเหนือจากมัน
29. ต้มกบ
ทฤษฎีต้มกบ ที่ว่า ค่อยๆเพิ่มความร้อนของน้ำจนกบสุก เพื่อป้องกันไม่ให้กบตกใจกระโดดหนีออกจากหม้อ ตรงกันกับชีวิตของคนเราบางคน พวกเขาใช้ชีวิตไปวันๆไม่วางแผน ฝึกนิสัยตนเองให้อดทนเก่งจนเกินความจำเป็น คนพวกนี้ พอรู้สึกตัวอีกทีปัญหาที่พอจะแก้ไขได้ก็ลุกลามจนเกินเยียวยา
ความเคยชิน เมินเฉย ดูดายต่อสัญญาณอันตรายในชีวิต ไม่กล้าที่จะกระโดดออกจากหม้อ คือกับดักที่อันตรายที่สุด ผิวเผินแล้วเหมือนสบาย ไม่เหนื่อย ไม่ลำบาก เพราะไม่ต้องปรุงไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
แต่สิ่งนั้นคือสิ่งอันตรายต่อชีวิต มันคือจุดเริ่มต้นของการยอมแพ้ และปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกินโดยสภาพแวดล้อม
"จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน ไม่ใช่แค่เลี้ยงชีวิตได้อีกวัน" ใช้ชีวิตที่ต่างจากกบ รู้จักเอะใจกับชีวิต
ความเคยชิน เมินเฉย ดูดายต่อสัญญาณอันตรายในชีวิต ไม่กล้าที่จะกระโดดออกจากหม้อ คือกับดักที่อันตรายที่สุด ผิวเผินแล้วเหมือนสบาย ไม่เหนื่อย ไม่ลำบาก เพราะไม่ต้องปรุงไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
แต่สิ่งนั้นคือสิ่งอันตรายต่อชีวิต มันคือจุดเริ่มต้นของการยอมแพ้ และปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกินโดยสภาพแวดล้อม
"จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน ไม่ใช่แค่เลี้ยงชีวิตได้อีกวัน" ใช้ชีวิตที่ต่างจากกบ รู้จักเอะใจกับชีวิต
30. กองขี้หมากับรถสิบล้อ
คนส่วนใหญ่มีความฝัน แต่ขาดแรงบันดาลใจ ก็เพราะความฝันพวกนั้น เขาหยิบยืมมากจากคนอื่น พอไปเจออุปสรรค์เข้าหน่อยก็เลิก กลับมาฝันหวานต่อ
จงใช้คำถาม ทำไม ทำไม ทำไม เพราะอะไรถึงต้องการ ตรวจสอบความฝันทุกข้อของเรา
เพื่อให้ความฝันไซส์จักรยาน ที่ต้องคอยปั่นหลบขี้หมา ขยายใหญ่เป็นรถสิบล้อ ด้วยแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังมันจะไม่ให้ค่า ไม่ให้ราคากับอุปสรรค์เล็กที่ขวางทาง พร้อมที่จะขับและบดล้อของมันไปทุกๆที่แม้บนถนนจะมีขี้หมาก็ตาม
คนขี้แพ้ เขาไม่ได้อ่อนแอ แต่เขาขาดความปรารถนาอันแรงกล้า
จงใช้คำถาม ทำไม ทำไม ทำไม เพราะอะไรถึงต้องการ ตรวจสอบความฝันทุกข้อของเรา
เพื่อให้ความฝันไซส์จักรยาน ที่ต้องคอยปั่นหลบขี้หมา ขยายใหญ่เป็นรถสิบล้อ ด้วยแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังมันจะไม่ให้ค่า ไม่ให้ราคากับอุปสรรค์เล็กที่ขวางทาง พร้อมที่จะขับและบดล้อของมันไปทุกๆที่แม้บนถนนจะมีขี้หมาก็ตาม
คนขี้แพ้ เขาไม่ได้อ่อนแอ แต่เขาขาดความปรารถนาอันแรงกล้า
31. ดูที่ปาก
เราดูระยะห่างของคนๆหนึ่งกับเป้าหมายของเขาได้ ด้วยการมองดู คำถาม ที่เขาพูด ซึ่งมี 3 ระดับ
- ไร้แวว (ถามข้อมูลดื้อๆ "ราคาไหนดี แนะนำหุ้นหน่อยค่ะ" แม้ค้นคว้าเองยังทำไม่ได้
- เขากลัว และไม่ทุ่มเท (ถามวิธีการ "ทำยังไง ทำแบบไหน" อยากให้สอนทุกกระบวนการ)
- มีแววสำเร็จ (ถามความคิด "ผมคิดแบบนี้ หรือทำแบบนี้ถูกต้องไหม" มีวิธีการของตัวเองมาถาม)
คนฉลาดสามารถเรียนรู้ได้จากคำถามโง่ๆ ผิดกับคนโง่ที่ไม่เรียนรู้อะไรแม้คำตอบจะแสนฉลาดคนขี้แพ้
32. เรื่องน่าเบื่อ
ทุกๆการลงทุนครั้งใหม่ มีแผนการ มีลำดับขั้นตอน มีกระบวนการทำงานเป็นลำดับชัดเจน จะข้ามไม่ได้ จงทำซ้ำๆอย่างเป็นกระบวนการในทุกๆครั้ง ให้มันเป็นเรื่อง "น่าเบื่อ"
"น่าเบื่อ"ในด้านวิธีทำ ให้มันเป็นเรื่องที่ซ้ำๆ มีสติ และไร้อารมณ์ร่วม โดยมองไปที่รายละเอียดสำคัญที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างมีสติของเราแล้ว การตื่นเต้นเกินไปนั้น่ากลัว ซึ่งมันหมายถึงความประมาท
เมื่อจบความ"น่าเบื่อ"จากด้านวิธีทำแล้วเรายังต้องสนุก ตื่นเต้น และรู้สึกท้าทายจากโอกาสใหม่ๆเช่นเดิม
การลงทุนที่ดี ต้องไม่เร่งร้อน หรือหวือหวาเกินพอดี มันต้องไม่ใช่การลงทุนเพื่อทำกำไรสูงสุด แต่มันสมควรเป็นการลงทุนที่ทำให้นอนหลับสบาย ไร้กังวล เนื่องมาจากเรารู้ตัวเสมอว่า กำลังทำอะไร คาดหวังอะไร และต้องเจอกับอะไร
การลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน เมื่อผ่านชั่วโมงบินมาก คุณจะรู้ปัญหา และรู้วิธีแก้ปัญหา ผลลัพธ์คือ คุณจะท้าทายกับผลลัพธ์ แต่ไม่ตื่นเต้นจนประมาท
"น่าเบื่อ"ในด้านวิธีทำ ให้มันเป็นเรื่องที่ซ้ำๆ มีสติ และไร้อารมณ์ร่วม โดยมองไปที่รายละเอียดสำคัญที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างมีสติของเราแล้ว การตื่นเต้นเกินไปนั้น่ากลัว ซึ่งมันหมายถึงความประมาท
เมื่อจบความ"น่าเบื่อ"จากด้านวิธีทำแล้วเรายังต้องสนุก ตื่นเต้น และรู้สึกท้าทายจากโอกาสใหม่ๆเช่นเดิม
การลงทุนที่ดี ต้องไม่เร่งร้อน หรือหวือหวาเกินพอดี มันต้องไม่ใช่การลงทุนเพื่อทำกำไรสูงสุด แต่มันสมควรเป็นการลงทุนที่ทำให้นอนหลับสบาย ไร้กังวล เนื่องมาจากเรารู้ตัวเสมอว่า กำลังทำอะไร คาดหวังอะไร และต้องเจอกับอะไร
การลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน เมื่อผ่านชั่วโมงบินมาก คุณจะรู้ปัญหา และรู้วิธีแก้ปัญหา ผลลัพธ์คือ คุณจะท้าทายกับผลลัพธ์ แต่ไม่ตื่นเต้นจนประมาท
33. อรหันต์การเงิน
มนุษย์ทุกคนตื่นขึ้นทุกวันเพื่อเดินเข้าใกล้ความตายมากขึ้น เราจะเริ่มเป็นคนที่ "ใช้ชีวิต" เมื่อเรารู้แล้วว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร ถ้าเราโฟกัสได้ชัดเจน สิ่งที่เป็นองค์ประกอบเช่นเงิน จะกลายเป็นแค่เครื่องสนับสนุนการดำรงชีวิต ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายในการใช้ชีวิตอีกต่อไป
เมื่อโลกของคุณกระจ่างชัดเจน คุณสามารถกำหนดจังหวะชีวิตของตัวเองได้ เพราะเป้าหมายของการใช้ชีวิต คือการมีความสุขในทุกขณะจิต
เมื่อโลกของคุณกระจ่างชัดเจน คุณสามารถกำหนดจังหวะชีวิตของตัวเองได้ เพราะเป้าหมายของการใช้ชีวิต คือการมีความสุขในทุกขณะจิต
34. ชีวิตบนม้าหมุน
คนจำนวนมากยังหลงกลใช้ชีวิตไม่ต่างจากการนั่งบนม้าหมุน เขารู้สึกเหมือนตัวเองเคลื่อนไปข้างหน้า ทั้งๆที่มันก็วิ่งวนอยู่ในจุดเดิม เขาใช้ชีวิตให้ดูวุ่นวาย ดูยุ่งทุกวัน มีความฝันมีเป้า ลงมือทำหลายสิ่งแต่ไม่ค่อยไตร่ตรองว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มันเป็นส่วนประกอบของหนทางสู่การบรรลุความฝันหรือไม่ อย่างไร
ธุรกิจไม่ว่าจะดีแค่ไหน ก็เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ถ้ามันเป็นแค่ความฝันของคนขี้กลัว
คนบางคนคิดจะทำธุรกิจ เขาเสียเวลาไปกับการเรียน เรียนแล้วเรียนอีก คิดแต่ว่าต้องรู้ให้หมดทุกอย่างก่อนจะเริ่มต้น เวลาผ่านไป 7-8 ปีก็ยังไม่เริ่มซะที สู้คนที่ล้มลุกคลุกคลาน ล้มไปข้างหน้า หาวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ และเรียนรู้ไปตลอดระหว่างทางไม่ได้
เราทุกคนล้วนสร้างทางเลือกได้ แต่สุดท้ายทางเลือกนั้นแหละที่สร้างเรา
ธุรกิจไม่ว่าจะดีแค่ไหน ก็เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ถ้ามันเป็นแค่ความฝันของคนขี้กลัว
คนบางคนคิดจะทำธุรกิจ เขาเสียเวลาไปกับการเรียน เรียนแล้วเรียนอีก คิดแต่ว่าต้องรู้ให้หมดทุกอย่างก่อนจะเริ่มต้น เวลาผ่านไป 7-8 ปีก็ยังไม่เริ่มซะที สู้คนที่ล้มลุกคลุกคลาน ล้มไปข้างหน้า หาวิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ และเรียนรู้ไปตลอดระหว่างทางไม่ได้
เราทุกคนล้วนสร้างทางเลือกได้ แต่สุดท้ายทางเลือกนั้นแหละที่สร้างเรา
35. นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน... บินขึ้นที่สูงไม่ได้
ธุรกิจ คือ กีฬาที่เล่นกันเป็นทีม การสู้คนเดียว สำเร็จได้เพียงระดับหนึ่ง
วิธีที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมากขึ้นและเร็วขึ้นคือ การแวดล้อมตัวเองให้เต็มไปด้วยคนเก่ง ทีมงานเก่งๆ และความสามารถที่หลากหลายของผู้คน
มันไม่สำคัญว่าคุณรู้อะไร มันสำคัญมากกว่าที่ คุณรู้จักใคร และใครรู้จักคุณบ้าง
เพื่อนและทีมเก่งๆ 4 ประการ ที่คุณสมควรหาให้ครบหากต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน
วิธีที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมากขึ้นและเร็วขึ้นคือ การแวดล้อมตัวเองให้เต็มไปด้วยคนเก่ง ทีมงานเก่งๆ และความสามารถที่หลากหลายของผู้คน
มันไม่สำคัญว่าคุณรู้อะไร มันสำคัญมากกว่าที่ คุณรู้จักใคร และใครรู้จักคุณบ้าง
เพื่อนและทีมเก่งๆ 4 ประการ ที่คุณสมควรหาให้ครบหากต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงิน
- ผุ้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาด้านบัญชี
- ด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายธุรกิจ
- เจ้าหน้าที่สินเชื่อ
- โบรกเกอร์ อสังหาฯ และธุรกิจ
พวกเขาจะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น และเราต้องคัดเลือกด้วยสมองของตัวเอง และไม่ลืมที่จะเรียนรู้จากพวกเขาตลอดเวลา เพราะยังคงเป็นคุณที่ต้องรับผิดชอบธุรกิจของคุณเอง
จงหาเวลาไปสัมนาฯ ทำกิจกรรมกับกลุ่มคนที่ไอเดียคล้ายๆกัน เพิ่มเพื่อนดีๆเก็บไว้
อายุนับจากจำนวนเพื่อนดีๆที่มี หาใช่จำนวนปีที่ใช้ชีวิตมา
36. ยิงปืนนัดเดียว
ความสำเร็จ กับการเรีนรู้ เป็นสิ่งที่ต้องเดินคู่กันไปเสมอ ยิ่งรู้เยอะยิ่งเข้าใจสิ่งที่ทำมาก ยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จ ทั้งนี้หากเข้าใจตนเองด้วย ยิ่งแถมความสุขมาด้วย
เป้าหมายด้านฐานะการเงินสมควรแบ่งรายละเอียดเพิ่ม เรียงลำดับ ดังนี้
เป้าหมายด้านฐานะการเงินสมควรแบ่งรายละเอียดเพิ่ม เรียงลำดับ ดังนี้
- เป้าหมายชีวิต - เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน
- เป้าหมายทางการเงิน - ชีวิตแบบนั้นต้องใช้เงินจริงๆเท่าไหร่ ไม่มั่วเวอร์ๆหรือตั้งลอยๆขึ้นมา
- เป้าหมายด้านการเรียนรู้ - เราต้องเรียนรู้ ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ได้เป้าหมายการเงินนี้มา
เมื่อเราได้เป้ามาทั้งหมดแล้ว ให้โฟกัสไปที่เป้าหมายด้านการเรียนรู้ และเริ่มลงมือศึกษา ทดลองทำ
เมื่อเป้าหมายด้านการเรียนรู้ได้ถูกโฟกัสและอุตสาหะอย่างดีแล้ว เป้าหมายอื่นก่อนหน้าจะตามมาเอง
37. ชอปปิ้งความฝัน
ทุกๆครั้งที่เราได้เข้าไปสัมผัสความฝันของตัวเอง หรือเรียกได้ว่า สภาพที่ได้สิ่งที่คาดหวังจากความฝันมาแล้ว แม้เพียงชั่วคราว หรือเพียงระยะเวลาหนึ่ง มันจะสร้างพลังงานบางอย่างออกมา เพื่อปลุกให้เรามีกำลังกลับไปต่อสู่กับปัญหาอีกครั้ง
ใช้พลังความรู้สึกจากการจินตนาการว่า สิ่งนั้นคือของๆเรา บ้านตัวอย่างที่เราเดินอยู่คือของเรา รถที่เราลองอยู่คือของเรา วิธีการนี้จะช่วยผลักดันให้เรามีพลัง และไม่เสียเงินซักบาท ทัศนะคติเล็กๆ ช่วยสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่
ใช้พลังความรู้สึกจากการจินตนาการว่า สิ่งนั้นคือของๆเรา บ้านตัวอย่างที่เราเดินอยู่คือของเรา รถที่เราลองอยู่คือของเรา วิธีการนี้จะช่วยผลักดันให้เรามีพลัง และไม่เสียเงินซักบาท ทัศนะคติเล็กๆ ช่วยสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่
38. ประตูบานถัดไป
เมื่อใดก็ตามที่เราลงมือจัดการกับโอกาสที่อยู่ตรงหน้า มุ่งมั่น ต่อสู้ และเดินไปจนสุดทางนั้น หากพบว่ามันมาถึงทางตัน ไม่นานหลังจากนั้นมันจะมีประตูแห่งโอกาสบานใหม่เปิดออก เป็นเส้นทางให้เราเดินต่อไปได้ไม่รู้จบ
สิ่งที่เรา "ลงมือทำ" ไป แม้สุดท้ายจะไม่เห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ลองทำตามความคิด ความฝัน และได้ประสบการณ์ ซึ่งมันจะสอนให้เรากล้าคิด กล้าทำ กล้าเริ่มต้น และโอกาสดีๆจะวิ่งวนมาเจอคุณเสมอๆ
สิ่งที่เรา "ลงมือทำ" ไป แม้สุดท้ายจะไม่เห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ลองทำตามความคิด ความฝัน และได้ประสบการณ์ ซึ่งมันจะสอนให้เรากล้าคิด กล้าทำ กล้าเริ่มต้น และโอกาสดีๆจะวิ่งวนมาเจอคุณเสมอๆ
39. ทำแทบตาย ทำไมไม่รวย
อย่าห่วงเรื่องระยะเวลาที่จะใช้ในการเดินทางสู่ความสำเร็จ แต่จงมุ่งมั่นและเจาะจงไปที่เนื้องาน หลังจากลงมือทำไปแล้ว ก็คอยสังเกตุดูว่าทิศทางมันถูกต้องหรือเปล่า
คำนึงถึงเป้าหมาย คำนึงถึงคุณค่าของธุรกิจที่เราอยากจะทำ และวางแผนคร่าวๆในกระดาษ โดยย้อนโปรเสสกลับมาถึงขั้นตอนที่ต้องทำ สร้างให้มันเกิดขึ้นก่อน และสู้ให้มันเลี้ยงตัวเองได้ สุดท้ายจึงทำให้มันสร้างเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ทำดีไม่ได้ดี แปลว่า ทำดีไม่มากพอจนมันออกมาดี "ความผิดพลาดนับไม่ถ้วนของคนๆหนึ่ง น่ายกย่องกว่าคนที่ได้แต่นั่งคิดแล้วไม่เคยลงมือทำอะไร"
คำนึงถึงเป้าหมาย คำนึงถึงคุณค่าของธุรกิจที่เราอยากจะทำ และวางแผนคร่าวๆในกระดาษ โดยย้อนโปรเสสกลับมาถึงขั้นตอนที่ต้องทำ สร้างให้มันเกิดขึ้นก่อน และสู้ให้มันเลี้ยงตัวเองได้ สุดท้ายจึงทำให้มันสร้างเงินให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ทำดีไม่ได้ดี แปลว่า ทำดีไม่มากพอจนมันออกมาดี "ความผิดพลาดนับไม่ถ้วนของคนๆหนึ่ง น่ายกย่องกว่าคนที่ได้แต่นั่งคิดแล้วไม่เคยลงมือทำอะไร"
40. ความสุข คือต้นทุนความสำเร็จ
อย่าลืมความสนุก ความตื่นเต้นของวันแรกในการลองทำอะไร ที่คุณคิดว่าชอบและรักมัน มันจะช่วยสร้างความสุขให้จากการที่เราได้ทำอะไรที่รักทุกครั้ง จะมันจะพาผลลัพธ์ของการทำสิ่งนั้นไปสู่ความสำเร็จ
ความสุขไม่ใช่สิ่งสำเร็จรูป และก็สร้างขึ้นได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความสำเร็จ
ความสุขไม่ใช่สิ่งสำเร็จรูป และก็สร้างขึ้นได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความสำเร็จ
40. ผมมีความฝัน
จงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ที่เธอปรารถนาให้โลกนี้เป็น
ทรัพย์สินเงินทอง หายไป ถ้าคุณเก่งคุณจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ และมากกว่าเดิม
ครอบครัวหรือคนที่รักหายไป คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่เหลืออะไรเลย
ทรัพย์สินเงินทอง หายไป ถ้าคุณเก่งคุณจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ และมากกว่าเดิม
ครอบครัวหรือคนที่รักหายไป คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่เหลืออะไรเลย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น