หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความรู้จากคอร์ส : วิธีสร้างธุรกิจจากงานออฟฟิศ โดย พูม ชินโชติกร

วิธีสร้างธุรกิจจากงานออฟฟิศ 

โดย พูม ชินโชติกร

คอร์สสัมนา : you2morrow



คอร์สนี้เน้นไปที่การสร้างรายได้เสริมจากการทำการค้าผ่านอินเตอร์เน็ต โดยคุณพูมนั้นเน้นไปด้านการขายสินค้าออนไลน์ส่งออกผ่านช่องทางการขายที่เป็นเว็ปไซต์ชั้นนำของอเมริกา โดยจับมือกับผู้สอนอีกท่านหนึ่งที่ประสบความสำเร็จจริง(น้องของคุณพูมิ) เพื่อมาถ่ายทอดประสบการณ์การทำการตลาด

(แม้คุณพูมมีประสบการณ์การขายสินค้าออนไลน์ 6 เดือน และคุณป้อมมีประสบการณ์ 1 ปี แต่ก็สามารถทำรายได้ถึงหลักแสน และหลักล้านต่อเดือน)


ประเด็นสำคัญ : 


เปรียบเทียบลักษณะของเวปไซต์.

  • www.amazon.com - เปรียบดั่ง บิ๊กซี โลตัส ห้างใหญ่ๆที่ลูกค้ามักเป็นคนมีรสนิยม ยอมจ่ายหนัก
  • www.ebay.com - เหมือนพวกตลาดสำเพ็ง ใช้เวลาทำนาน แต่เมื่อใดขายได้ จะติดลมบนยาวนาน
  • www.etsy.com - ตลาดแฮนเมดที่ใหญ่ที่สุด Ex. threebirdnest ขายได้เฉลี่ยวันละ 60-70 ออร์เดอร์ และขายได้ถึง 700 ออร์เดอร์ในเทศกาลสำคัญๆ

รายละเอียดทั่วไป

  • อเมซอน - แอคเคาต์เยอะสุดในโลก คนไทยทำน้อย เสียรายเดือนแพงสุด 40$ 
  • อีเบย์ - ต้องทำธุรกรรมผ่านบุคแบงค์ของธนาคารกรุงเทพ(เพย์พอล) หรือชำระเพิ่มที่ 19$ ต่อเดือน
  • อีซี่ - มีลูกค้าประมาณ 30 ล้าน แอคเคาน์ ขายสินค้าได้ต้องยืนยันกระบวนการทำสินค้าว่าเป็นสินค้าแฮนเมดที่ทำด้วยมือจริงๆ หรืออย่างน้อยมีหลักฐานว่าเราเป็นคนดีไซน์ก็ได้ สินค้าขายง่าย ขายเร็ว ลูกค้าไม่เรื่องมาก ถ้าไม่ขายดีก็ขายไม่ได้เลย

การลงสินค้า

  • อเมซอน - รูปต้องพื้นหลังสีขาวเท่านั้น รูปถือเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่
  • อีเบย์ - รูปอย่างไรก็ได้ เริ่มขายฟรีที่10ชิ้น หากผ่านเกณฑ์จะค่อยๆลงของได้จำนวนมากขึ้น
  • อีซี่ - รูปนิยมแบบวินเทจ ต้องสวยและมีคาแรคเตอร์ สินค้าประเภทตรงกันทุกชิ้นรูปต้องมีธีมเดียวกัน และพยายามทำให้สินค้าดูมีจำนวนจำกัด ลูกค้ายอมรับราคาที่สูง และแทบจะไม่อ่านรายละเอียด
*** บางเวปต้องการ UPC ของสินค้า - UPC สามารถหาซื้อได้ที่เวปไซต์ ebay
*** รูปสินค้าสำคัญคือ รูปต้องชัด แบคกราวน์เบลอ มีสี เป็นลาย หรือไม่ก็ได้ ยกเว้นอเมซอนขาวเท่านั้น

หลักการค้าบนเวปไซต์

  1. รูปสวย คมชัด มีเรื่องราวหรืออารมณ์ ตัวอย่างการถ่ายภาพเสื้อผ้า สมควรทำให้ลูกค้าเห็น แล้วเข้าใจว่า ใส่กับชุดไหน โอกาสอะไร
  2. หากไม่มีรีวิวจากลูกค้าเก่า (ผู้ซื้อของออนไลน์มักดูรีวิวในการประกอบการตัดสินใจเสมอ) ต้องเอาชนะด้วยรูปภาพ และคำอธิบาย
  3. สินค้าต้องเป็นภาพจริง มีตัวตนจริง บางครั้งอาจมีการตรวจสอบ
  4. ถ้า View เยอะ แต่ยอดสั่งซื้อน้อย หมายถึงลูกค้ายังคุมเครือกับคำอธิบายสินค้า หรือรูปไม่สวยไม่ชัดเจน  (ปกติแล้วลูกค้าคลิกเข้ามาดูสินค้า มักมีความอยากได้อยากซืั้อเป็นเทุนเดิมอยู่แล้วในเบื้องต้น)
  5. สินค้าชนิดหนึ่งควรมีโปรเสสการจัดทำภาพรวมถึงอัพโหลดเพียงแค่ 10-15 นาทีและไม่ก็อปรูปคนอื่นมาเพราะอาจโดนเรื่องลิขสิทธิ์

ไอเดียหาของขาย

  1. Google Trends โดยดูจากช่วงเวลา และโลเคชั่น รวมถึงกระแสของสินค้า
  2. Google Keyword Planner เลือกโลเคชั่น และภาษาก่อนทุกครั้ง โดยเลือกดูคีย์เวิร์ดจาก adgroup idea และ Keyword relative

การเอาชนะคู่แข่ง

  1. วิเคราะห์คู่แข่ง - ใช้บริการของคู่แข่งเจ้าตลาดที่ขายดีที่สุด (จากเซิร์สของเวป หรือกูเกิ้ล) แล้วย้อนโปรเสจทุกขั้นตอน พิจารณาว่าจุดไหนเราทำได้ดีกว่า เช่น รูปภาพ การติดต่อลูกค้า หีบห่อ คำอธิบาย หรือแม้แต่ โปรโมชั่น ให้ความสำคัญกับข้อผิดพลาดของเขา และนำมาแก้ไข
  2. วิเคราะห์คีย์เวิร์ด - ใช้คีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาเยอะ แต่คู่แข่งน้อย "Difference Keyword, Difference Traffic" คีย์เวิร์ดนิชพอที่จะดันสินค้าขึ้นหน้าแรกๆ
  3. ดึงทราฟฟิคจากเวปขายของเข้าหาเพจส่วนตัว(ลูกค้าประจำ) ซึ่งสามารถทำเป็น SEO ต้นทุนต่ำ
  4. เพจส่วนตัวช่วยด้าน สร้างแบรน สร้างความน่าเชื่อถือ ดึงลูกค้าประจำ และ ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่น ฉะนั้น ในเวปขายของหลัก สมควรมีเขียนคีย์เวิร์ด ยี่ห้อ หรือร้านเราบ่อยๆ
  5. ฝัง Google Analytic โค้ด ไว้ในเวปไซต์เพื่อดูฐานลูกค้า

ไอเดียคีย์เวิร์ดจากช่องเซิร์สของเวปไซต์

  1. คำนึงถึงกลุ่มของลูกค้าที่ต้องการสินค้าชนิดนั้นๆ แล้วจินตนาการว่า เขาจะใช้คีย์เวิร์ดคำว่าอะไรเพื่อค้นหาสินค้าของเรา 
  2. ดูพิมพ์คีย์เวิร์ดลงช่อง Search แล้วลองดูแต่ละแคตาล็อค ว่าสินค้านั้นๆอยู่ในแคตาล็อคสินค้าประเภทไหน แล้วนำชื่อแคตาล็อค หรือ ข้อความแนะนำมาใช้
  3. ใช้คีย์เวิร์ดที่นิชขึ้น เพื่อลดจำนวนคู่แข่ง
** สินค้านิช - คีย์เวิร์ดนิชอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ; สินค้าโหล - ใช้คีย์เวิร์ดที่นิชขึ้นเพื่อลดคู่แข่ง

ช่องรายละเอียดสินค้า


Tips Title - ควรมีคีย์เวิร์ดประมาณ 3 คำเช่น Blue Yoga Pant  ; name size color describe shortly
Head description -  สมควรแทรกคีย์เวิร์ด
Bottom description - สมควรแทรกคีย์เวิร์ดเช่นกัน
Tags

ช่องรายละเอียดสินค้า (ละเอียด)


Title
  1. มีคีย์เวิร์ดของสินค้ามาผสมด้วย
  2. มียี่ห้อเดิม (หากสินค้ามียี่ห้อ)
  3. มีรายละเอียดของสี และ/หรือ ขนาด
  4. อย่าใส่สัญลักษณ์ เช่น @#$
  5. อย่าใส่คำเชิญชวน เช่น Wow, Check out!
  6. สะกดคำอย่งถูกต้อง
  7. อย่าทำเป็นอักษรเต็มทั้งหมด เช่น YOGA PANT
Product Description
  1. เน้นไปที่สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ อย่าใส่คีย์เวิร์ดอะไรที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. บอกประโยชน์ว่าดียังไง ซื้อแล้วได้ไร
  3. ไม่ใช้ประโยคชวนเชื่อ เช่น Good product quality
  4. ทำให้ลูกค้าคิดตามได้ เห็นภาพในใจ (เพราะลูกค้าไม่เห็นของจริง) เช่น ใส่แล้วรู้สึกยังไง เหมาะสำหรับตั้งไว้ในบริเวณไหนของบ้าน etc.
  5. ใส่คุณสมบัติเฉพาะตัวของแต่ละชิ้น
  6. อย่าเวอร์ หรือเกินความจริง
  7. อย่าเขียนโดยยกตัวอย่างสินค้าของรายอื่นมาเปรียบเทียบ
  8. อย่าก็อปมาจากผู้ผลิตทั้งดุ้นโดยไม่เกลาข้อความ
  9. อย่าเขียนไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า
  10. ใส่รายละเอียดของสภาพชัดเจน เช่น มือหนึ่ง มือสอง 80%
  11. *****ใส่ข้อมูล Return Shipping Policy ให้ลูกค้าสบายใจ
  12. มีข้อมูลครบถ้วน เช่น ไซส์ สี ลักษณะรูปร่าง หรือ อายุผู้สวมใส่ เป็นต้น
  13. หากต้องการใช้หลายคีย์เวิร์ดให้กระจายลงมาในรายละเอียด

กฎการลองขายสำหรับมือใหม่ 213*

  1. แบ่งเงินทุนออกเป็น 10 ส่วน
  2. ใช้ 2 ส่วนซื้อสินค้ามาถ่ายรูป ให้มีของมาโชว์หน้าร้าน
  3. ใช้ 1 ส่วนสต็อกของเพิ่มเมื่อขายได้
  4. หากสินค้าขายได้บ้าง ให้เติมสต็อคด้วยเงิน 3 ส่วน
  5. หากขายไม่ได้ ให้ใช้เงิน 2 ส่วน ทดลองสินค้าอื่นเช่นกัน
  6. หากขายไม่ได้ถึงสามสินค้า ให้หยุดก่อนแล้วกลับมาทบทวนลักษณะการหาของ การหาคีย์เวิร์ด และอื่นๆทุกขั้นตอนใหม่อีกครั้ง

กฎห้ามหยุด 90 วัน

  • วันที่ 1 - 10 หาสินค้าที่จะขายจากเครื่องมือ Google Planner, Google Trends
  • วันที่ 11 - 30 ทดลองลงสินค้าในเวปไซต์ทั้งสาม โดยเฉพาะ อเมซอน
  • วันที่ 31 - 60 ถ้าสินค้าขายได้อาทิตย์นึงมากกว่า 1 ชิ้น ให้เริ่มทำแบรนโดยการเปิดเวปไซต์ และใช้ Google Analytics เพื่อสืบรายละเอียดทราฟฟิค
  • วันที่ 61 - 90 จับตาดูยอดของสินค้านั้นๆ ถ้าขายได้ทุกวัน วันละเกิน 1 ชิ้น ถือว่าโอเค

กฎห้ามหยุด 90 วัน (เพิ่มเติม)

  • วันที่ 91 - 120 เตรียมใช้ FBA ของอเมซอน เพื่อสร้าง Passive Income และเพิ่มยอดรีวิวที่ดี
  • วันที่ 121 - 150 ทดลองขยายประเทศของสินค้า เช่น แคนาดา ญี่ปุ่น ยุโรป
*** FBA - ส่งสินค้าไปสต็อคไว้ที่โกดังของอเมซอน ให้อเมซอนจัดการเรื่องการส่งของให้ลูกค้า

การเคลม การคืนสินค้า

  1. ตั้ง Policy ไว้แต่แรก โดยทั่วไปยอมรับการเคลมสินค้าที่ 7 วันหลังได้รับของ
  2. เน้นย้ำว่าสินค้าที่ส่งกลับมา ต้องอยู่ในหีบห่อและมีสภาพเหมือนกับที่ส่งไป
  3. การคืนเงิน 
  • คืนเงินโดยหักจากค่าส่งสินค้า และให้ลูกค้ารับผิดชอบค่าส่งสินค้าคืน  
  • ได้ใจผู้ซื้อ (สมควรใช้กับลูกค้าประจำ หรือลูกค้าที่ไม่ได้รับของด้วยเหตุสุดวิสัย) คืนเงินหมด

Customer Service Steps

  1. ตอบให้เร็วที่สุด
  2. แจ้ง Tracking Number ของสินค้าที่ส่งไป โดยระบุแน่ชัดว่าของถึงประมาณวันไหน เช็คสถานะของได้ที่เวปไซต์ใด
  3. หลังผ่านไป 15 - 20 วัน ติดต่อลูกค้าอีกครั้ง ว่าได้รับของรึยัง เรียบร้อยหรือไม่ (ป้องกันไว้ก่อน เพราะตามปกติแล้ว หากผู้รับไม่อยู่บ้าน สินค้าจะค้างรออยู่ที่ไปรษณีย์เพียง 15 วัน ก่อนตีกลับ)

Customer Service Tips

  1. มีช่องทางสนับสนุน แนะนำลูกค้า (สินค้าแทบทุกชนิดมีคนทำก่อนไปหมดแล้ว - สิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างคือ บริการที่เหนือกว่า เช่น ตอบเร็ว ตอบตรงประเด็น และปิดการขายได้ไว ซื่อสัตย์สุจริต)
  2. ตอบทันใจ
  3. ตอบอย่างสุภาพ มีความเคารพ
  4. สร้างหน้าเพจถามตอบ (FAQs)
  5. โชว์ความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าอย่างจริงจัง

เพิ่มยอดขาย

  1. ทำ Online Promotion - เพื่อเพิ่มยอดคนเข้ามาดู และเพิ่มยอดสั่งซื้อให้มีจำนวนมาก
  2. ทำ Community เพื่อให้ลุกค้าได้พูดคุยกัน
  3. จัดกิจกรรมชิงรางวัลใน Community

เทคนิคการส่งของ

  1. รู้ประเภท และน้ำหนักสินค้าก่อน
  2. เข้าไปที่ thailandpost กรอกน้ำหนักแล้วดูในหัวข้อ "พัสดุย่อยทางอากาศ" เพื่อตรวจราคา
  3. ใส่ซองได้ให้ใส่ซอง เพื่อความเบา - ซองและกล่อง ห้ามปิดผนึก ใช้ได้เพียงแม็กซ์ หรือเชือกมัด
  4. หากจะใช้เทคนิคฟรีชิปปิ้งเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องนำราคาค่าส่งมาคำนวณเป็นต้นทุนด้วย
  5. หากค่าส่งเยอะเกิน 1 แสนบาท/เดือน สามารถเรียกไปรษณีย์มารับที่บ้านได้
*** อีเบย์ ต้องรอเงินส่งมาทางเพย์พอลก่อน ค่อยส่งสินค้า

Free Shipping Purpose 

  1. มักได้รีวิวจากลูกค้าดีกว่า
  2. 63% ของลูกค้ามักแนะนำต่อ
  3. 61% ของลูกค้าที่ซื้อมักยกเลิกสินค้าหากทราบทีหลังว่าไม่ใช่ฟรีชิปปิ้ง
  4. สร้างความมั่นใจมากกว่า
  5. ยอดขายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Free Shipping Tips

  1. Flat rate หรือชาร์จค่าส่งทุกชิ้นเท่ากันไม่นิยมเพราะสร้างความรู้สึกแพง ให้กับผู้ซื้อหลายอัน
  2. Promotion หรือเมื่อซื้อสินค้าเกินราคาเท่าไหร่ให้จัดโปรส่งฟรี - ให้ใช้กับการส่งด้วยกล่องโปร
กล่องโปร - หมายถึงกล่องที่ผู้จัดส่ง เช่น Fed-Ex ขายเป็นเรทเหมา เช่น กล่อง 10โล 15โล หากเป็นประเทศไทย จะเรียกว่า กล่องเหมาฯ ง. (2 - 30โล; 22x35x14 cm มักใช้กับสินค้าน้ำหนักเยอะๆ)

ตั้งราคาสินค้า

  1. อย่าตั้งสินค้าถูกเกินไป ได้ไม่คุ้มเสีย
  2. ดูราคาตลาดร่วมด้วย คู่แข่งขายอยู่ที่เท่าไหร่ เราทำดีกว่าเขายังไง บวกเพิ่มได้หรือไม่

Other Tips

  1. Book bank กรุงเทพ : Rount Number= 026008691
  2. networksolutions.com สำหรับจดโดเมน และสมัครโฮส
  3. www.behinddomain.com/ สำหรับตรวจสอบเจ้าของโดเมนและรายละเอียดเบื้องหลัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น